ประวัติเมืองเชียงใหม่
นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ ชื่อที่ได้รับการขนานนามโดย พ่อขุนเม็งราย (กษัตริย์ผู้สร้างนครเชียงใหม่) พร้อมพระสหาย 2 พระองค์ คือ พ่อขุนรามคำแหง (กษัตริย์ผู้ปกครองเมืองสุโขทัย) และพ่อขุนงำเมือง (กษัตริย์ผู้ปกครองนครพะเยา) ทั้งสามพระองค์เห็นพร้อมกันว่าที่นี่เป็นชัยภูมิที่มีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะอย่างยิ่งที่จะสร้างเมือง ในที่สุด เมืองเชียงใหม่ก็ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.1839 โดยพ่อขุนเม็งราย ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์เม็งรายพระองค์ทรง
ดำเนินการสร้างเมืองโดยให้ขุดคูและสร้างกำแพงเมือง เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า พร้อมทั้งโปรดให้สร้างปราสาท ราชมณเฑียรและบ้านเรือนขึ้น ต่อมาพ่อขุนเม็งรายก็ทรงประกอบพิธีปราบดาภิเษกเป็น กษัตริย์ปกครองอาณาจักรล้านนาไทย ซึ่งมีราชธานีอยู่ที่ นครเชียงใหม่
ราชวงศ์เม็งรายปกครองนครเชียงใหม่ เป็นเวลากว่า 200 ปี จนกระทั่งในปี พ.ศ.2101 เชียงใหม่ได้เสียเอกราชให้แก่ พระเจ้าบุเรงนอง กษัตริย์พม่า ทำให้เชียงใหม่ตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศพม่านานถึง 200 ปี ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2317 ในสมัยกรุงธนบุรี พระเจ้าตากสินมหาราช ทรงตีนครเชียงใหม่ได้จากประเทศพม่า และทรงกวาดล้างอิทธิพลของพม่าจากล้านนาไทยได้สำเร็จ เชียงใหม่จึงกลับมาเป็นประเทศราชของกรุงธนบุรี และกรุงรัตนโกสินทร์ ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้ทรงสถาปนาพระยากาวิละเป็นเจ้าเมืองเชียงใหม่ จนกระทั่งในรัชสมัยของสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พ.ศ.2440 ทรงยุบเมืองประเทศราชเข้ากับอาณาจักรไทย แบ่งการปกครองเป็นมณฑล และได้ยกเมืองเชียงใหม่ขึ้นเป็นมณฑลพายัพ ในปี พ.ศ. 2476 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ปรับปรุงการปกครองเป็นแบบจังหวัด เมืองเชียงใหม่จึงเปลี่ยนฐานะเป็นจังหวัดมาจนถึงปัจจุบัน
กว่า 700 ปี ที่บรรพบุรษของชาวล้านนาได้สร้างความเจริญรุ่งเรืองมาสู่คนรุ่นหลัง นับเป็นโชคดีของลูกหลานชาวเชียงใหม่ที่ได้เกิดมาพร้อมกับความมั่งคั่งและอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ประกอบกับผู้คนที่มีจิตใจโอบอ้อมอารีย์มาตั้งแต่ไหนแต่ไร การถ้อยทีถ้อยอาศัยซึ่งกันและกันจึงเป็นวิถีชีวิตที่ชาวเชียงใหม่สืบทอดต่อ ๆ กันมา จนทำให้พื้นที่กว่า 12,566,910 ไร่ แคบลงถนัดตาเลยทีเดียว ไม่ใช่แค่วิถีชิวิตเท่านั้นที่ได้สืบทอดต่อ ๆ กันมา ยังมีวัฒนธรรมประเพณี และความเชื่ออื่นอีกมากมายที่ปัจจุบันชาวเชียงใหม่ยังศรัทธาและให้ความเคารพบูชาอยู่อย่างไม่เสื่อมคลายอาทิประเพณีเข้าอินทขิล ที่จะมีในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน ชาวเชียงใหม่จะร่วมกันประกอบพิธีบูชาอินทขีล ซึ่งเป็นเสาหลักเมือง โดยจำนำดอกไม้ธูปเทียนมาใส่ขันหรือถาดกราบไหว้บูชาอินทขีล เป็นต้น
ดอยสุเทพเป็นศรี ประเพณีเป็นสง่า บุปผาชาติล้วนงามตา นามล้ำค่านครพิงค์ คำขวัญประจำจังหวัดที่สื่อถึงความเป็นจังหวัดเชียงใหม่ได้อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น ดอยสุเทพที่มีวัดพระธาตุดอยสุเทพที่เป็น ปูชนียสถานคู่เมืองเชียงใหม่ นักท่องเที่ยวซึ่งเดินทางมาที่จังหวัดนี้จะต้องขึ้นไปนมัสการพระบรมธาตุกันทุกคน หากใครไม่ได้ขึ้นไปนมัสการแล้ว ถือว่ายังมาไม่ถึงเชียงใหม่ ทั้งยังมีประเพณีที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทุกสารทิศ รวมไปถึงดอกไม้นานาพันธ์ ที่แข่งกันอวดสีสันอย่างงดงามท่ามกลางสายหมอกจาง ๆ ตัดกับสีเขียวขจีของป่าเขา ลำเนาไพร และยังมีผู้คนที่ยิ้มแย้ม แจ่มใจ มีน้ำใจ แถมยังเป็นกันเองแบบนี้ เชื่อกันว่าถ้าใครได้มาเยือนดินแดนแห่งนี้แล้ว เป็นต้องหลงใหลมนต์เสน่ห์ นครพิงค์ ดินแดนอารยธรรมล้านนา อย่างลืมไม่ได้เลยทีเดียว
ข้อมูลจากเว็บไซต์ : www.chiangmailink.com |